แชร์

“ศรีราชา” เมืองหลวง EEC ที่ให้คุณ เที่ยว ทำงาน พักผ่อน จบในที่เดียว

ศรีราชา เมืองหลวง EEC

ศรีราชา เมืองหลวง EEC
ที่ให้คุณ เที่ยว ทำงาน พักผ่อน จบในที่เดียว

ศรีราชา เมืองหลวง EEC – ช่วงเวลาหลายสิบปีที่ กรุงเทพฯ ได้กลายเป็น “เมืองโตเดี่ยว” จากการลงทุนในสาธารณูปโภคขึ้นพื้นฐาน และเศรษฐกิจส่วนใหญ่ ที่กระจุกตัวอยู่ที่นี่ การพัฒนาที่ขาดสมดุลระหว่างกรุงเทพฯ หัวเมืองใหญ่ และเมืองรอง เป็นสาเหตุหลักของความเหลื่อมล้ำทางรายได้ เศรษฐกิจ และสังคม

นั่นจึงเป็นที่มาของแนวคิดการสร้างเมืองใหม่ในหลายพื้นที่ หนึ่งในนั้นคือ EEC หรือโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก เพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก 3 จังหวัด (ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง) ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ตั้งแต่รถไฟความเร็วสูง (กรุงเทพ-ระยอง) รถไฟทางคู่ (มาบตะพุด) ทางด่วนมอเตอร์เวย์ (มาบตะพุด) สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตะพุด

ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงโครงการสร้างระบบขนส่งมวลชนเป็นอย่างๆ แบบที่เราคุ้นเคยในกรุงเทพฯ แต่เป็นรูปแบบการพัฒนารอบด้าน เพื่อสร้างเมืองใหม่ในภาคตะวันออกอย่างเป็นระบบ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ เมืองรอง สามารถพัฒนาจนมีความทัดเทียมกรุงเทพฯ อย่างจริงจัง ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งภาคตะวันออก วงเงินลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท พื้นที่ที่มีความใหญ่ระดับนี้ จึงจำเป็นต้องมีศูนย์กลาง โดยจากรายงาน และงานวิจัยหลายฉบับ เห็นตรงกันว่า “ศรีราชา” คือเมืองที่มีความเหมาะสมที่สุด ในการเป็นศูนย์กลางของ คอนโด EEC

ด้วยศักยภาพพื้นที่ที่มีแผนการพัฒนาขนาดใหญ่อย่างเป็นระบบของ EEC ศรีราชาจึงเป็นเมืองที่เหมาะแก่การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กอย่าง การลงทุนคอนโดปล่อยเช่า หรือการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ๆ

 

ทำเลที่อยู่กึ่งกลาง EEC

หากนับจากฉะเชิงเทรา ถึงสนามบินอู่ตะเพา สถานี ศรีราชา คือสถานีที่อยู่กึ่งกลางเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงในเขต EEC (Cr. www.eeco.or.th)

 

ภาพจำลอง การขยายตัวของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2

ถ้าดูจากแผนผังของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง, สุวรรณภูมิ, อู่ตะเพา)  จะพบว่า ศรีราชา เป็นเมืองที่อยู่กึ่งกลางของเส้นทางรถไฟฟ้าช่วงระหว่างเมือง ซึ่งมีระยะทาง 160 ก.ม. จำนวน 5 สถานี ด้วยรถไฟวิ่งได้เร็วสุดถึง 250 กม./ชม. ทำให้คนที่พักในศรีราชา สามารถเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ใน EEC ด้วยเวลาที่สั้นที่สุด เมื่อเทียบกับคนที่พักอาศัยในเมืองอื่น

ด้านภาพรวมการเดินทาง รถไฟฟ้าสายนี้ สามารถเดินทางจากต้นสายถึงปลายสาย สนามบินดอนเมือง สู่สนามบินอู่ตะเภา ระยะทางกว่า 220 ก.ม. โดยใช้เวลาเพียง 60 นาที สำหรับเที่ยวด่วนพิเศษ นั่นหมายถึง ผู้ที่อาศัยในศรีราชา จะสามารถเดินทางไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูง ตามหัวเมือง หรือสถานที่สำคัญใน EEC ภายในเวลา 15-30 นาที

 

ศูนย์กลางการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

ท่าเรือแหลมฉบัง กับการขยายตัวของโครงการระยะ 2 เพิ่มขีดความสามารถการส่งออกสินค้าทั่วโลก

EEC ได้วางยุทธศาสตร์ ให้ทั้งฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีจุดเด่นด้านการผลิตสินค้าที่แตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ถนนทุกสายแห่งการส่งออก จะต้องมุ่งหน้ามาที่ ศรีราชา เพราะเป็นที่ตั้งของท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อสินค้าที่ถูกผลิตขึ้นใน EEC ไปยังประเทศอื่นทั่วโลก โดยโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะ 3 กับวงเงินการลงทุนกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตะพุด ที่มีวงเงินการลงทุนเพียง 290 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถเพื่อรองรับการขนส่งทางทะเลที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะ หลังจากการพัฒนา EEC เสร็จสมบูรณ์

 

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ทิวทัศน์ยามเย็นของเมืองแหลมฉบัง-ศรีราชา และโรงกลั่นน้ำมัน Thai Oil

ด้วยทำเลที่มีความเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกตั้งแต่ต้น ประกอบกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแตะ 293,229 คนในปี 2560 ศรีราชา จึงเป็นเมืองที่รวบรวมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เหมาะสำหรับการพักอาศัย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์การค้า (โรบินสัน ศรีราชา, ฮาเบอร์มอลล์ แหลมฉบัง) โรงเรียน (รร. อัสสัมชัญศรีราชา, รร. เซนต์ปอลล์คอนแวนต์, รร. ดาราสมุทร, รร. สวนกุหลาบวิทยาลัย วิทยาเขตชลบุรี) มหาวิทยาลัย (ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา, ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ) และโรงพยาบาล (รพ. สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา, รพ. พญาไท ศรีราชา, รพ. สมิติเวช ศรีราชา) รวมทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ตลาดนัดหลายแห่ง รองรับทั้งผู้พักอาศัยชาวไทย และชาวญี่ปุ่น สอดคล้องกับยุทธศาสตร์เบื่องต้นของโครงการ EEC ที่วางเมืองศรีราชา ให้เป็นเมืองแห่งความสมดุลด้านที่พักอาศัยและการทำงาน

 

ลงทุนคอนโด ศรีราชา รองรับ EEC และการขยายตัวของเมือง

ความเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรม และเมืองแห่งไลฟ์สไตล์ ทำให้ศรีราชา มีความต้องการเช่าที่พักอาศัยสูงขึ้น จากกลุ่มผู้บริหารชาวญี่ปุ่น หรือกลุ่มพนักงานระดับกลางที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมและบริษัทด้านพลังงานในพื้นที่ ข่าวดีคือ ศรีราชา เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งโครงการ Mega Project อย่างรถไฟความเร็วสูง ท่าเรือแหลมฉบังระยะ 3 และสนามบินอู่ตะเพา จะเสร็จสมบูรณ์ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังไม่สูงนัก และมีโอกาสเติบโตอีกมหาศาล เมื่อเทียบกับในกรุงเทพฯ โดยคอนโดหรู ทำเลติดถนนใหญ่ที่นี่ มีราคาเฉลี่ยเพียง 80,000 บาทต่อตารางเมตร (ราคาเท่ากับคอนโดกรุงเทพฯ ระดับปานกลาง ในทำเลเป็นรอง) ต่างจากคอนโดหรู ในย่าน Super Prime หรือ CBD ของกรุงเทพฯ อย่างสุขุมวิทตอนต้น พร้อมพงษ์ ทองหล่อ ที่มีราคาเฉลี่ยกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป

ในขณะที่ภาครัฐลงทุนพัฒนาแหล่งงาน โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะดึงดูดผู้คน และการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเข้ามา ภาคเอกชนจึงต้องพัฒนาอสังหาฯ เพื่อการพาณิชย์ และพักอาศัย สำหรับรองรับจำนวนคนที่มากขึ้น และการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป

Origin Property เป็นผู้พัฒนาเจ้าแรกๆ ที่เล็งเห็นศักยภาพของศรีราชา และเริ่มพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ที่ปกติจะมีให้เห็นเฉพาะในกรุงเทพฯ เริ่มจาก “Origin District” โครงการ Mixed use ติดถนนสุขุมวิท ตรงข้าม ม.เกษตร ศรีราชา ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ ใกล้ศูนย์กลางด้านการศึกษา ตั้งอยู่ในระยะที่เหมาะสมจากแหล่งอุตสาหกรรม และแหล่งงานขนาดใหญ่ในพื้นที่ ภายในโครงการประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 2 โครงการใหญ่ โรงแรม Holiday Inn ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง (ข้อมูล ณ Q4 ปี 2561) ศูนย์การค้า Portobello Mall ด้านหน้า ที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อ คลีนิค ฯลฯ ตอบโจทย์ชาวศรีราชาในพื้นที่ และนักศึกษา ม.เกษตร ศรีราชา

ศูนย์การค้า Portobello Mall ด้านหน้าโครงการ Origin District

สำหรับคนที่มองหาคอนโดในศรีราชา บนทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ ใกล้สถานศึกษา และแหล่งงาน “นอตติ้ง ฮิลล์ แหลมฉบัง-ศรีราชา” เป็นคอนโดหรูภายในโครงการ Origin District กับพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ตกแต่งในโทนสีขาวสบายตา สิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย อาทิ ล็อบบี้ ห้องสมุด ฟิตเนส สวนลอยฟ้า สกายเลานจ์ และสระว่ายน้ำดาดฟ้า พร้อมวิวทะเลมุมสูง เป็นคอนโด ด้วยศักยภาพทำเล และความครบถ้วนของโครงการ ในราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท สำหรับห้อง Fully Furnished นอตติ้ง ฮิลล์ แหลมฉบัง-ศรีราชา จึงเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่มองหาคอนโดหรู ทำเลดี ราคาถูกเพื่อลงทุน ในพื้นที่ EEC ศรีราชา รองรับกลุ่มผู้เช่าที่หลากหลาย และผู้ที่พึ่งย้ายมาทำงานในโซนแหลมฉบัง-ศรีราชา

 

Notting Hill แหลมฉบัง-ศรีราชา คอนโดหรู วิวทะเล ในโครงการ Origin District

Origin ยังเล็งเห็นความต้องการคอนโดระดับไฮเอนด์ จากผู้บริหารชาวญี่ปุ่นที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมกว่า 10 แห่ง และต้องการเช่าคอนโดคุณภาพเยี่ยม ซึ่งยังมีจำนวนจำกัดในพื้นที่ รวมทั้งกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงที่มองหาคอนโดตากอากาศ ทำเลศักยภาพ KnightsBridge The Ocean Sriracha จึงถูกสร้างขึ้นในฐานะ คอนโดหรู ที่ออกแบบเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนญี่ปุ่น กับพื้นที่ส่วนกลางมากกว่า 5,000 ตารางเมตร ด้านหลังพิงภูเขา ด้านหน้าวิวทะเล ในราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท โดยจากสถิติพบว่า คอนโดในศรีราชา สามารถทำรายได้จากการปล่อยเช่าได้เฉลี่ยกว่า 7% ต่อปี จากราคาที่ถูกกว่าในกรุงเทพ และกำลังในการจ่ายค่าเช่าที่ไม่แพ้กัน

 

แนวคิดของ KnightsBridge The Ocean Sriracha คือการยกคอนโดแบรนด์ไฮเอนด์อย่าง KnightsBridge จากทำเลใกล้รถไฟฟ้า ใจกลางเมืองในกรุงเทพฯ มาวางบนทำเลศักยภาพอย่างศรีราชา ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวาง หลากหลาย พร้อมบรรยากาศอันเงียบสงบ วิวภูเขา และทะเลจากมุมสูง ที่บ้านเดี่ยว หรือคอนโด Low rise ไม่สามารถให้ได้ พร้อมบริการปล่อยเช่าลูกค้าญี่ปุ่นโดยผู้เชี่ยวชาญอย่าง Crown Residence จึงมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะซื้อเก็บเป็นทรัพย์สิน หรือซื้อลงทุนปล่อยเช่า ผู้ซื้อจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง

KnightsBridge The Ocean Sriracha คอนโดตากอากาศ สิ่งอำนวยความสะดวกสุดหรู ด้านหลัวพิงภูเขา ด้านหน้าวิวทะเล

การพัฒนาของโครงการ EEC โดยมีศรีราชาเป็นศูนย์กลาง ในฐานะ เมืองที่มีความสมดุลในด้านการพักอาศัย และการทำงาน จากความเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้การลงทุนคอนโด ในศรีราชา เพื่อรองรับ EEC เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อเก็บ ซื้อปล่อยเช่า หรือซื้อเป็นบ้านหลังที่ 2 สำหรับพักผ่อน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความเรื่องราวที่น่าสนใจ

ภาครัฐฯ ออกนโยบายเอื้อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองปรับปรุงมาตรการ “ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรม” สำหรับที่อยู่อาศัยปี 2567คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์เพื่อสนับสนุนการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้ โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวข้างต้นช่วยจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้งห่วงโซ่อุปทานการผลิต (Supply Chain) ส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ อันจะก่อให้เกิด การจ้างงาน การผลิต รวมถึงอาจก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ยังมีประเด็น การพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติ ซึ่งมีความสำคัญ และเกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ Thailand Vision ในการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ที่มีเป้าหมายในการดึงดูดนักลงทุนและผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้มาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงการปรับกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการถือครองทรัพย์สิน ดังนั้น คณะรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น ไปดำเนินการพิจารณา ศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการซึ่งจะได้นำเสนอกลับมาให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ที่มา : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/81559…
อยู่คอนโดก็สามารถเลี้ยงสัตว์ได้แบบไม่ต้องแอบ เพราะออริจิ้นเราเข้าใจเหล่า Pet Lover จึงพัฒนาคอนโดสำหรับเลี้ยงสัตว์ได้โดยเฉพาะ และยิ่งแฮปปี้กันแบบคูณสอง ทั้งน้องๆ และคนเลี้ยง กับไอเทมที่มาช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ให้การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดเป็นอะไรที่ง่ายยิ่งกว่าเดิม หรือจะไปไหนก็ไม่ต้องคอยห่วง เหล่าทาสเตรียมซื้อ 3 ไอเทมให้เจ้านายได้เลย ตู้เป่าขนสัตว์เลี้ยง การทำความสะอาดอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเราเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และสิ่งที่ละเลยไม่ได้เลยก็คือการเป่าให้ขนของสัตว์เลี้ยงแห้งสนิท โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ขนยาว แต่การจะเป่าขนให้แห้งสนิทด้วยไดร์นั้นค่อนข้างใช้เวลานาน แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วย “ตู้เป่าขนสัตว์เลี้ยง” ทำให้การเป่าขนสัตว์เลี้ยงง่ายขึ้นกว่าเดิม เพียงแค่นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในตู้ จากนั้นกดทำงานตัวเครื่องก็จะเป่าขนอัตโนมัติได้ภายใน 30 – 45 นาที โดยที่เจ้าของไม่ต้องออกแรงแต่อย่างใด หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่มาพร้อมกล้องคมชัด กล้องวงจรปิดสัตว์เลี้ยง ที่เป็นมากกว่าแค่กล้องธรรมดา มาในรูปแบบหุ่นยนต์อัจฉริยะ มีล้อเคลื่อนที่ได้ และยังเล่นกับน้องหมา น้องแมวได้อีกด้วย สามารถเคลื่อนที่ได้ บังคับทิศทางได้ผ่านแอปพลิเคชัน มีลำโพง และไมโครโฟนในตัว ให้เจ้าของสามารถสื่อสารกับน้องๆ ได้ แม้ตัวจะอยู่ไกล แถมยังให้ขนมเป็นรางวัลให้กับน้องหมาน้องแมวได้อีกด้วย เป็นทั้งกล้องดูสัตว์เลี้ยง และเป็นเพื่อนแก้เหงาให้กับน้องๆ ระหว่างที่เจ้าของไม่อยู่ได้ เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ เป็นเครื่องที่อำนวยความสะดวก สบาย ให้กับทาสหมา ทาสแมวที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือไม่ค่อยได้อยู่บ้าน หมดกังวลเวลาน้องหิวได้เลย เพราะเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ ควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้เจ้าของมีความสะดวก สบาย ในการให้อาหารน้องแบบสุดๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนทำอะไร หรือ ต้องเดินทางไกลไปต่างจังหวัด ไม่สามารถพาน้องไปด้วยได้ เลี้ยงสัตว์ได้แบบสบายใจกับโครงการคอนโดพร้อมอยู่เลี้ยงสัตว์ได้จากออริจิ้น และคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้อีกหลายโครงการ สำหรับใครที่เป็นสาย Pet Lover ไม่ควรพลาด เพราะเราออกแบบพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดรองรับไลฟ์สไตล์สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://oriurl.com/y7t42tsy…
สร้างพื้นที่สีเขียวในห้องเรา ด้วยต้นไม้มงคล ทั้งเฮงทั้งสุขภาพดีไปพร้อม ๆ กัน นอกจากต้นไม้จะสร้างบรรยากาศและให้ความสวยงามสบายตาแล้ว ยังช่วยให้ห้องน่าอยู่มากยิ่งขึ้น แถมต้นไม้เหล่านี้ยังช่วยเราลดความเสี่ยงจากฝุ่นละอองเปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศธรรมชาติได้อีกด้วย ในการเลือกต้นไม้มาปลูกในห้องนั้นควรเลือกต้นไม้ที่ไม่ต้องการแสงแดดเยอะ ช่วยฟอกอากาศได้ มีขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป และดูแลง่าย เราเลยขอแนะนำต้นไม้มงคล ที่ปลูกง่าย ดูแลง่ายในคอนโด เสริมฮวงจุ้ย พร้อมเพิ่มความสดชื่นภายในห้องคุณอีกด้วย จะมีต้นอะไรบ้างไปดูกันค่ะ ต้นพลูด่าง ต้นพลูด่าง หากปลูกไว้ในห้องจะช่วยเพิ่มพูนบารมี เพิ่มพูนทรัพย์สิน ช่วยเพิ่มความสงบสุข และความราบรื่น ต้นพลูด่างมีประโยชน์ในเรื่องของการดูดสารพิษ ช่วยทำให้ห้องมีอากาศดีมากยิ่งขึ้น การดูแล : ต้นที่ปลูกในดินควรรดน้ำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ส่วนต้นที่ปลูกในน้ำให้ละลายปุ๋ยใส่น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง ตั้งกระถางให้โดนแดดรำไร ต้นเงินไหลมา ต้นเงินไหลมา ไม้เลื้อยที่เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ต้องมีไว้ในครอบครอง เพราะเชื่อว่าใครเป็นเจ้าของจะร่ำรวยเงินทอง มีเงินใช้ไม่ขาดมือ การดูแล : สามารถปลูกและดูแลได้ง่าย ปลูกได้ทั้งในดินและในน้ำ เป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องการแสงแดดมาก สามารถวางในร่มได้ ต้นวาสนา เหมาะสำหรับคนที่ทำกิจการค้าขาย เพราะเชื่อว่าถ้าปลูกจนสามารถทำให้ออกดอกได้ จะช่วยให้กิจการเจริญเติบโตขึ้นมาก หรือหากทำงานบริษัทก็จะได้เลื่อนขั้นไปตำแหน่งที่สูงขึ้น การดูแล : รดน้ำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ปลูกหรือตั้งกระถางไว้ในพื้นที่แสงแดดรำไร ต้นยางอินเดีย ต้นยางอินเดีย ช่วยส่งเสริมผู้อยู่อาศัย ช่วยเยียวยาจิตใจให้มีพลัง ช่วยเสริมความเป็นมงคลในการใช้ชีวิต และช่วยให้เจ้าของมีความสุขร่มเย็นอยู่เสมอ การดูแล : เหมาะสำหรับวางประดับในบ้าน เช่น ข้างประตู ริมหน้าต่าง หรือที่มีแสงสว่างแต่ไม่โดดแดดจัด โดยหมั่นรดน้ำ 2-3 วันต่อครั้ง ต้นลิ้นมังกร ต้นไม้มงคล ที่มีความสามารถสารพัดประโยชน์ เชื่อกันว่า ช่วยคุ้มครองและกำจัดภัยอันตรายต่างๆ และนำโชค เป็นต้นไม้ฟอกอากาศ เหมาะที่จะนำมาปลูกในช่วงนี้ที่มีภาวะฝุ่น PM 2.5 หนา จะช่วยให้อากาศในคอนโดบริสุทธิ์มากขึ้น การดูแล : รดน้ำวันเว้นวัน หรือ 3 วันครั้ง สำหรับใครที่กำลังของตกแต่งห้องสายมู ที่ช่วงเสริมเรื่องฮวงจุ้ย ทั้งเงินทอง โชคลาภ และความอยู่เย็นเป็นสุข สามารถเลือกต้นไม้มงคล 5 ต้นนี้มาตกแต่งห้องได้เลยค่ะ หรือว่าจะเข้ามาเยี่ยมชมห้องตัวอย่างจาก คอนโด Origin Vertical เพื่อเลือกตำแหน่งวางต้นไม้ก่อนได้เลยค่ะ…
จากชีวิตอันแสนเร่งรีบ เราต่างต้องหาจังหวะชีวิตของตัวเอง เพื่อพร้อมปรับตัวทุกสถานการณ์ ในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน ‘ที่อยู่อาศัย’ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต่างต้องเลือกสรรให้เข้าตัวเองมากที่สุด และแน่นอนว่าหลายๆ คนก็เลือกคอนโด นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า คอนโด High Rise หรือคอนโดตึกสูงเป็นนิยมมาโดยตลอด ด้วยความสะดุดตา โดดเด่นด้วยตัวสถาปัตยกรรมและความสูงของตัวอาคารทั้งยังเป็นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยคอนโด High Rise อยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางเมือง หรือใกล้รถไฟฟ้า ติดถนนใหญ่ การเดินทางที่สะดวก และมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำได้ไม่มีเบื่อ เสมือนทุกวันเป็นวันพักผ่อน Urbanscape ชมวิวเมืองได้ 360 องศา  1 ในเหตุผลที่หลาย ๆ คนเลือกซื้อคอนโดตึกสูง ก็คือวิวเมืองที่เราพบเจอในทุกวัน การได้นั่งมองท้องฟ้ากว้าง ๆ ที่เปลี่ยนไปในทุกวันและแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ตัดกับอาคารสูงในเมือง ก็เป็นความสุขในรูปแบบหนึ่งของชาวคอนโดเช่นกัน High Ceiling ชั้นสูง ปลอดโปร่ง เป็นส่วนตัว ด้วยความสูงของตัวอาคารคอนโด High-Rise เช่นเคย ยิ่งห้องคอนโดของโครงการอยู่สูงมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสเห็นทัศนียภาพที่สวยงามจากวิวมุมสูงได้มากขึ้น ทั้งยังมีความเป็นส่วนตัว และปลอดโปร่ง ได้รับอากาศถ่ายเทจากกระแสลมโดยรอบได้ดี Living with Nature ได้ใช้ชีวิตท่ามกลางพื้นที่สีเขียว โครงการคอนโด High Rise มีพื้นที่และขนาดโครงการค่อนข้างใหญ่ จึงมีพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติที่ผ่านการรังสรรค์มาเป็นอย่างดี ให้เราได้สูดอากาศทุกวัน Sky Facilities พักผ่อนพร้อมชมวิวทิวทัศน์โดยรอบ คอนโด High Rise มีพื้นที่ส่วนกลางหลากหลายตอบทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำ ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองได้สุดสายตา Fitness สายรักสุขภาพ Sky Bar จิบเครื่องดื่มพร้อมชมวิว และยังมี Facilities อีกมากมายที่ตอบโจทย์ชาวคอนโด Sunrise & Sunset ชมวิวพระอาทิตย์ ท้้งตอนขึ้นและพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าตัดกับวิวเมืองได้อย่างเต็มสายตา ซึ่งสามารถชมได้ทั้งจากห้องของคุณ และพื้นที่ที่ส่วนกลางที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เลือกคอนโด High Rise กับความสูงที่คุณสัมผัสได้…
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติเข้ารับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการประกอบการ จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเป็นการยกย่องเชิดชูในฐานะผู้ทรงคุณค่าที่มีความรู้ความสามารถระดับสูง ด้านการบริหารงานและบริหารคนอย่างแท้จริง และนับเป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างอันดีในการสร้างคุณงามความดีต่อสังคมและประเทศ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธีประสาทปริญญา ประจำปีการศึกษา 2565 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567…
“ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” ร่วมลงนาม “CECI: Action for Sustainable Future” ผนึกกำลัง 37 องค์กรไทย นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเปลี่ยนอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่ความยั่งยืนตลอด Supply Chain เดินหน้าโปรเจกต์ Waste Management ในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการในเครือ พร้อมวางโรดแมป “ORIGIN GIVE” สร้างความยั่งยืนรอบด้าน ดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2044 นายธนพล สินธุยนต์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืนขององค์กร และประธานเจ้าหน้าที่ด้านงานออกแบบ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิก กลุ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมก่อสร้าง (Circular Economy In Construction Industry: CECI) ร่วมกับ 37 องค์กรชั้นนำของไทยจาก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง ประกอบด้วย บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทสถาปนิกและที่ปรึกษาด้านการก่อสร้าง บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และบริษัทผู้ให้บริการจัดการของเหลือจากการก่อสร้าง ภายในงาน CECI : Action for Sustainable Future ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยสู่ความยั่งยืน ด้วยการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)มาประยุกต์ใช้ในการก่อสร้างตลอดห่วงโซอุปทาน (Supply Chain) พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนไทย “เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่รอไม่ได้อีกต่อไป ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดคือการดูแลกระบวนการก่อสร้างของเราให้รบกวนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ซึ่งครั้งนี้เราได้ผนึกกำลังกับกลุ่มองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปประยุกต์ปฏิบัติจริง เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” นายธนพล กล่าว ภายใต้ความร่วมมือ CECI ครั้งนี้ บริษัทได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาต่อยอดเป็นแนวทางบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ (Waste Management) ภายในพื้นที่ก่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเครือ อาทิ กำหนดให้มีการหมุนเวียนนำน้ำกลับมาใช้ และกำหนดให้มีการนำวัสดุก่อสร้างเหลือใช้มาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยร่วมมือกับ Recycoex ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์รับซื้อ-ขายขยะรีไซเคิล ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้เครือข่าย CECI มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยบริษัทจะนำร่องใช้กับโครงการคอนโดมิเนียมออริจิ้น เพลส บางนา (Origin Place Bangna) เป็นโครงการแรก และจะขยายสู่ทุกโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาในปี 2567 เป็นต้นไป นายธนพล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ยังวางโรดแมปขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนอย่างรอบด้าน ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “ORIGIN GIVE” ซึ่งหนึ่งในพันธกิจสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม คือการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ในโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการออกแบบกระบวนการก่อสร้างในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำให้เกิดการหมุนเวียนและนำไปใช้ซ้ำ เพื่อลดมลพิษและปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุดก่อนออกสู่นอกพื้นที่โครงการ โดยมุ่งหวังให้ภารกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2044 (พ.ศ. 2587) ซึ่งจะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคนในสังคม ทั้งนี้ ความร่วมมือ CECI มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ผ่านพันธกิจ (Mission) หลัก 5 ข้อ ได้แก่ 1.สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Circular Economy ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง 2.ขยายเครือข่ายความร่วมมือของ CECI ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ 3.ผลักดัน และส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนทั้ง Value Chain ของอุตสาหกรรมก่อสร้าง 4.พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยนำแนวคิดเรื่องการออกแบบอย่างยั่งยืน Smart…