ทำไม 𝐇𝐚𝐦𝐩𝐭𝐨𝐧 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 ถึงเป็น 𝐈𝐧𝐯𝐞𝐬𝐭𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐏𝐫𝐨𝐩𝐞𝐫𝐭𝐲 (𝐈𝐏) “ไข่ห่านทองคำ”

ทำไม 𝐇𝐚𝐦𝐩𝐭𝐨𝐧 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 ถึงเป็น 𝐈𝐧𝐯𝐞𝐬𝐭𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐏𝐫𝐨𝐩𝐞𝐫𝐭𝐲 (𝐈𝐏) “ไข่ห่านทองคำ”

𝐎𝐫𝐢𝐠𝐢𝐧 𝐈𝐧𝐯𝐞𝐬𝐭𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐏𝐫𝐨𝐩𝐞𝐫𝐭𝐲 𝐏𝐫𝐨𝐠𝐫𝐚𝐦 𝐱 ลงทุนแมน

“อย่าใส่ไข่ทุกฟอง ไว้ในตะกร้าใบเดียวกัน” ประโยคทอง สะท้อนการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน หลายคนจึงเลือกกระจายการลงทุนในทรัพย์สินหลากหลายประเภท หนึ่งในนั้นก็คือ โปรแกรมการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (𝐈𝐧𝐯𝐞𝐬𝐭𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐏𝐫𝐨𝐩𝐞𝐫𝐭𝐲)

แต่การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ไม่เพียงจะต้องเลือกทำเลที่ถูกต้อง แต่ยังต้องดูแลบริหารการเช่า หาผู้เช่า ดูแลทรัพย์ไม่ให้โทรม อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จึงได้พัฒนาโครงการ 𝐇𝐚𝐦𝐩𝐭𝐨𝐧 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 บนทำเล “ไข่ทองคำ” ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ ในรูปแบบของ (𝐈𝐧𝐯𝐞𝐬𝐭𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐏𝐫𝐨𝐩𝐞𝐫𝐭𝐲) ที่สามารถปั๊มเงินให้ตลอดเวลา..

ว่าแต่ “ไข่ทองคำ” ที่ว่านี้คืออะไร และจะเป็นโอกาสของการลงทุนที่น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม่ไก่ที่ดี ย่อมออกไข่สม่ำเสมอ และมีคุณภาพ เรื่องนี้ ไม่ต่างไปจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่า ย่อมให้ผลตอบแทนที่ดี ทั้งในรูปแบบของค่าเช่า และผลกำไรจากการถือครอง เสมือนเป็น “ไข่ทองคำ” นั่นเอง

แล้วไข่ทองคำของ 𝐇𝐚𝐦𝐩𝐭𝐨𝐧 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 เกิดขึ้นได้อย่างไร..

หนึ่งปัจจัยสำคัญมาจาก “ศักยภาพทำเลที่ตั้ง” 

𝐇𝐚𝐦𝐩𝐭𝐨𝐧 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 𝐍𝐞𝐱𝐭 𝐓𝐨 𝐄𝐦𝐩𝐨𝐫𝐢𝐮𝐦 ตั้งอยู่ใกล้สถานีพร้อมพงษ์ บนทำเลสุขุมวิท จึงสะดวกในการเดินทางแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนกรุงเทพฯ

อาทิ อาณาจักรช็อปปิง 𝐓𝐡𝐞 𝐄𝐌 𝐃𝐢𝐬𝐭𝐫𝐢𝐜𝐭 ของกลุ่มเดอะมอลล์ประกอบด้วย 𝐄𝐦𝐐𝐮𝐚𝐫𝐭𝐢𝐞𝐫, 𝐄𝐦𝐩𝐨𝐫𝐢𝐮𝐦 และที่กำลังก่อสร้างคือ 𝐄𝐦𝐬𝐩𝐡𝐞𝐫𝐞  รวมทั้งหมด 𝟔𝟓𝟎,𝟎𝟎𝟎 ตารางเมตร กลายเป็นพื้นที่ช็อปปิงใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ 

และไม่ใช่แค่เรื่องของการช็อปปิง..

แต่พร้อมพงษ์ยังรายล้อมไปด้วยแหล่งงานของใครหลายคน อาทิ ย่านอโศก, ย่านสุขุมวิท และย่านพระราม 𝟒 บริเวณไม่ไกลกัน ยังเป็นที่ตั้งของ “ท่าเรือคลองเตย” ที่มีแผนพัฒนาเมกะโปรเจกต์มิกซ์ยูสริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวม 𝟐,𝟑𝟓𝟑 ไร่ ในคอนเซปต์ 𝐃𝐔𝐓𝐘 𝐅𝐄𝐄 𝐏𝐎𝐑𝐓 คล้าย ๆ 𝐌𝐀𝐑𝐈𝐍𝐀 𝐁𝐀𝐘 ที่สิงคโปร์ รองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลากหลายรูปแบบ อาทิ ศูนย์การค้า, ศูนย์ประชุม ,สปอร์ตคอมเพล็กซ์ โรงแรม และยังจะมีรถไฟฟ้าโมโนเรลบริการภายในโครงการอีกด้วย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วน สะท้อนถึงศักยภาพทำเลของพร้อมพงษ์ ที่ไม่ธรรมดา

ซึ่งปัจจัยด้านการลงทุนภาครัฐ และภาคเอกชนนี้เอง ที่จะมาเป็นแรงผลักดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในทำเลนี้ มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดได้ พูดง่าย ๆ ว่า “ไข่ห่านทองคำ” ของ 𝐇𝐚𝐦𝐩𝐭𝐨𝐧 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 𝐍𝐞𝐱𝐭 𝐓𝐨 𝐄𝐦𝐩𝐨𝐫𝐢𝐮𝐦 ก็คือโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคาซื้อขายของอสังหาริมทรัพย์ถือครองที่เรียกว่า 𝐂𝐚𝐩𝐭𝐢𝐚𝐥 𝐆𝐚𝐢𝐧 นั่นเอง

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของทำเลนี้..คือ พื้นที่สีเขียวรวม 𝟓𝟏𝟗 ไร่ ที่กำลังทำหน้าที่ฟอกปอดให้กับคนกรุงเทพฯ ภายใต้ระยะทาง 𝟒 กิโลเมตรจากพร้อมพงษ์ แวดล้อมไปด้วย 𝟑 𝐂𝐞𝐧𝐭𝐫𝐚𝐥 𝐏𝐚𝐫𝐤 ที่เป็นเทรนด์ของที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่      

อาทิ สวนเบญจสิริ, สวนเบญจกิติ และสวนลุมพินี รวมถึง ‘‘สะพานเขียว’’ โปรเจคใหม่ล่าสุด ที่รวมดีไซน์เนอร์ชั้นนำ มาออกแบบ 𝐁𝐢𝐤𝐞 𝐋𝐀𝐍𝐄 และสะพานจุดพักผ่อน เชื่อมต่อจากสวนเบญจกิตติไปถึงสวนลุมพินี 

จุดนี้เอง ทำให้พร้อมพงษ์น่าสนใจไม่น้อย ในแง่ของการอยู่อาศัย ทั้งในรูปแบบของการอยู่อาศัยเอง และการลงทุนปล่อยเช่าไม่น้อย ซึ่งการลงทุนปล่อยเช่าที่มีคุณภาพย่อมต้องมีผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพเข้ามาดูแลจัดการ

𝐇𝐀𝐌𝐏𝐓𝐎𝐍  𝐌𝐀𝐍𝐀𝐆𝐄𝐌𝐄𝐍𝐓 จะได้ โปรแกรม การบริการระดับมาตรฐาน จาก 𝐃𝐔𝐒𝐈𝐓 𝐈𝐍𝐓𝐄𝐑𝐍𝐀𝐓𝐈𝐎𝐍𝐀𝐋 (𝐃𝐔𝐒𝐈𝐓 𝐎𝐏𝐄𝐑𝐀𝐓𝐈𝐎𝐍 𝐀𝐒𝐒𝐄𝐒𝐒𝐌𝐄𝐍𝐓 𝐀𝐍𝐃 𝐐𝐔𝐀𝐋𝐈𝐓𝐘 𝐄𝐕𝐀𝐋𝐔𝐀𝐓𝐈𝐎𝐍 𝐂𝐄𝐑𝐓𝐈𝐅𝐈𝐄𝐃) มาให้บริการผู้เช่าเกรด 𝐀 ซึ่ง 𝐃𝐔𝐒𝐈𝐓 𝐈𝐍𝐓𝐄𝐑𝐍𝐀𝐓𝐈𝐎𝐍𝐀𝐋 เป็นโรงแรมระดับโลกที่มีประสบการณ์การบริการมามากกว่า 𝟕𝟎 ปี เป็นการผสานระหว่างการบริการแบบโรงแรม กับการปล่อยเช่ารายเดือนแบบคอนโด ซึ่งข้อดีก็คือ ช่วยลดภาระในการหาผู้เช่า และการจัดการ เพราะมีทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยดูแล ถ้าพูดถึงการบริการ เชื่อว่าเซอร์วิสในมุมของต่างชาติมองแบรนด์ ในประเทศไทยต้องยกให้เป็นเบอร์ 𝟏 ดังนั้นโปรแกรมจาก ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ลงตัวทั้งในแง่ มาตรฐานการบริการ พร้อมชื่อเสียง จากประสบการณ์ยาวนานกว่า 𝟕𝟎 ปี

ด้วยรูปแบบการลงทุนปล่อยเช่าที่เรียกว่า 𝐈𝐧𝐯𝐞𝐬𝐭𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐏𝐫𝐨𝐩𝐞𝐫𝐭𝐲 𝐏𝐫𝐨𝐠𝐫𝐚𝐦

ของ 𝐇𝐚𝐦𝐩𝐭𝐨𝐧 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 𝐍𝐞𝐱𝐭 𝐓𝐨 𝐄𝐦𝐩𝐨𝐫𝐢𝐮𝐦

จุดเด่นของการลงทุนปล่อยเช่าลักษณะนี้

คือ การจ่ายผลตอบแทนตามมูลค่าลงทุน (ตามขนาดยูนิตห้องชุด) ซึ่งจะถูกกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยูนิตรวมทั้งหมด 𝟏𝟎𝟎% โดยผู้ลงทุนจะทราบสัดส่วนปันผลแต่ละยูนิตตั้งแต่วันแรก เรียกว่า 𝐏𝐀𝐑 จากนั้น ผู้ลงทุนจะได้รับปันผลทุกไตรมาส หรือปีละ 𝟒 ครั้ง เรียกว่า การแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันแบบ ‘‘𝐌𝐔𝐓𝐔𝐀𝐋 𝐁𝐄𝐍𝐄𝐅𝐈𝐓’’ หรือ  𝐏𝐨𝐨𝐥 𝐃𝐢𝐯𝐢𝐝𝐞𝐧𝐝  นั่นเอง

ผลตอบแทนที่ว่านี้จะยาวต่อเนื่อง 𝟏𝟎 ปี (สนใจต่อสัญญาทุก 𝟏𝟎 ปี) และยังการันตีผลตอบแทน 𝟓% ตลอดระยะเวลา 𝟓 ปีแรก อีกด้วย

นอกจากนี้ 𝐎𝐫𝐢𝐠𝐢𝐧 𝐈𝐧𝐯𝐞𝐬𝐭𝐦𝐞𝐧𝐭 𝐏𝐫𝐨𝐩𝐞𝐫𝐭𝐲 𝐏𝐫𝐨𝐠𝐫𝐚𝐦 (𝐈𝐏) ยังถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนไม่ต้องรับความเสี่ยงใด ๆ (𝐑𝐈𝐒𝐊=𝟎%) จากการลงทุนปล่อยเช่า ทั้งในแง่ของการถือโฉนดเป็นทรัพย์สิน ไม่ต้องลงทุนในสินทรัพย์เสื่อม เช่น การตกแต่งห้อง รวมทั้งไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายบุคลากรระดับมืออาชีพในการบริหารงานเช่าและดูแลทรัพย์สิน และยังจะไม่มีโอกาสรับผลขาดทุนจากการบริหารใด ๆ อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ 𝐇𝐚𝐦𝐩𝐭𝐨𝐧 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 𝐍𝐞𝐱𝐭 𝐓𝐨 𝐄𝐦𝐩𝐨𝐫𝐢𝐮𝐦 จึงกลายเป็นห่านผลิต “ไข่ทองคำ” ในรูปแบบผลตอบแทนค่าเช่าแบบ การแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ‘‘𝐌𝐔𝐓𝐔𝐀𝐋 𝐁𝐄𝐍𝐄𝐅𝐈𝐓’’ หรือ 𝐏𝐨𝐨𝐥 𝐃𝐢𝐯𝐢𝐝𝐞𝐧𝐝 นั่นเอง

มาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า 𝐇𝐚𝐦𝐩𝐭𝐨𝐧 𝐑𝐞𝐬𝐢𝐝𝐞𝐧𝐜𝐞 𝐍𝐞𝐱𝐭 𝐓𝐨 𝐄𝐦𝐩𝐨𝐫𝐢𝐮𝐦 ไม่เพียงเป็นอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนใจกลางทำเล ‘‘ทองคำ’’ แต่ยังจะเป็นอสังหาริมทรัพย์สร้าง “ไข่ทองคำ” ทั้งในรูปแบบ 𝐂𝐚𝐩𝐭𝐢𝐚𝐥 𝐆𝐚𝐢𝐧 และ 𝐃𝐢𝐯𝐢𝐝𝐞𝐧𝐝 𝐘𝐢𝐞𝐥𝐝 นานต่อเนื่อง 𝟐𝟎 ปี อีกด้วย..

ขอบคุณบทความดีจากเพจ ลงทุนแมน

โอกาสเก็บไข่ทองคำ  บนทำเลใจกลางมหานครกรุงเทพฯ

𝐇𝐀𝐌𝐏𝐓𝐎𝐍 𝐑𝐄𝐒𝐈𝐃𝐄𝐍𝐂𝐄 

𝐍𝐞𝐱𝐭 𝐓𝐨 𝐄𝐦𝐩𝐨𝐫𝐢𝐮𝐦 

พร้อมเป็นเจ้าของ 𝐒𝐄𝐑𝐕𝐈𝐂𝐄𝐃 𝐀𝐏𝐀𝐑𝐓𝐌𝐄𝐍𝐓 บริหารงานโดยโปรแกรม DUSIT  INTERNATIONAL 

รับผลตอบแทน 𝟓-𝟗% นาน 𝟐𝟎 ปี  

หน่วยลงทุน เริ่ม 𝟖-𝟏𝟖 ล้านบาท

ลงทะเบียนรับคิวจองสิทธิ์ ได้ที่ https://bit.ly/2RVnITi

𝐉𝐎𝐈𝐍 𝐖𝐀𝐈𝐓𝐈𝐍𝐆 𝐋𝐈𝐒𝐓 

𝐏𝐑𝐈𝐕𝐈𝐓𝐄 𝐀𝐏𝐏𝐎𝐈𝐍𝐓𝐌𝐄𝐍𝐓 

เพื่อศึกษาข้อมูลการลงทุน ได้ทุกวัน 𝟏𝟎.𝟎𝟎-𝟏𝟗.𝟎𝟎 น.

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง